. ในกรณีของไทยที่ถูกพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1
และครั้งที่ 2 แล้วสมเด็จพระนเรศวร หรือสมเด็จพระเจ้าตากสิน
กู้อิสรภาพคืนจากพม่า พม่าจะกล่าวหาว่าไทยก่อสงครามก็ไม่ถูก
เห็นว่าไทยผิดก็ไม่ถูก ไม่มีประเทศไหนที่จะต้องยอมเป็นทาสอื่นตลอดไปหรอก
ในกรณีของเยอรมันก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อสงครามมันก็สูญเสียทั้งสองฝ่ายก็ให้มันจบๆกันไป ทำไมต้องมาเรียกค่าปฏิกรรมสงครามกันด้วย จำนวนเงินทั้งหมดทึ่เยอรมนีต้องชดใช้คิดเป็น 269,000 ล้านมาร์ก (ทองคำบริสุทธิ์ราว 100,000 ตัน) ซึ่งคิดเป็น 785,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามค่าเงินในปี ค.ศ. 2011 หรือ ประมาณ 24 ล้านล้านบาท ในสมัยนี้ เป็นจำนวนเงินที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากในยุคนั้นมองว่ามากเกินกว่าจะยอมรับ ได้
จากการจ่ายค่าปฏิกรรมนั้น ทำให้ธนาคารเยอรมันขาดสภาพคล่อง รัฐบาลเยอรมนีขณะนั้นจำเป็นต้องพิมพ์ ธนบัตรเข้าสู่ระบบจำนวนมากชนิดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่าง รุนแรง
ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเท่าตัวทุกๆ 2 วัน ร้านอาหารในเยอรมนีสมัยนั้นต้องปรับเปลี่ยนราคาอาหารกันตลอดเวลา คนขนเงินใส่รถเข็นเพื่อมาซื้อขนมปัง หรือได้เงินมาแล้วก็ต้องรีบไปซื้ออาหารเพื่อเอาเงินไปใช้ก่อนที่ค่าเงินจะลด ลงไปอีก ปริมาณอาหารลดน้อยลงจนเหลือเพียงแค่ขนมปังและมันฝรั่งเพียงเท่านั้น
เยอรมนีตอนนั้น แทบจะเรียกได้ว่าทุกภาคส่วนหยุดการผลิต ทั้งอุตสาหกรรม สิ่งทอ การค้าขายและการผลิตชะงัก ความระส่ำของผู้คนเยอรมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ถึงความอดอยากทุกข์ยาก มิหนำซ้ำเมื่อเยอรมันส่งค่าปฏิกรรมสงครามไม่ครบ ทหารฝรั่งเศสก็เข้ามายึด เหมืองถ่านหินของเยอรมัน แหล่งพลังงานความร้อนของเยอรมันจึงดับสนิท ชาวเยอรมันที่ไม่พอใจฝรั่งเศส แต่ก็ได้แต่ยืนมองทหารฝรั่งเศสขนถ่านหิน เมื่อทหารเห็นว่าชาวเยอรมันไม่ทำความเคารพตนในขณะเดินผ่าน ก็เข้าไปตบตีราวกับคนเยอรมันเป็นสัตว์
ฉนวนโปแลนด์(Polish Corridor) มีชาวเยอรมนีอาศัยอยู่มาก เยอรมนีเสียดินแดนส่วนนี้ให้แก่โปแลนด์ตามสนธิสัญญาแวร์ซาย์ และฉนวนโปแลนด์ยังแบ่งแยกดินแดนเยอรมนีเป็นสองส่วน คือส่วนปรัสเซียตะวันตกและปรัสเซียตะวันออก
ความทุกข์ยาก ความอัปยศในศักดิ์ศรี ทำให้ประชาชนชาวเยอรมันไม่มีความหวังในรัฐบาลประชาธิปไตยของตนอีกต่อไป
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ได้เห็นถึงความทุกข์ยากของเยอรมัน และต้นเหตุที่สำคัญของความทุกข์ยากนี้คือค่าปฏิกรรมสงคราม ที่จะต้องยกเลิกเท่านั้น และดินแดนที่เสียไปจะต้องกลับคืนมา ในเมื่อไม่มีวี่แววว่ารัฐบาลที่เป็น อยู่จะกล้าพอที่จะยกเลิกและเรียกร้องดินแดนคืน เขาจึงพยามไต่เต้าทางการ เมือง
ในที่สุดการผ่อนชำระยุติลงเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แห่งพรรคนาซี ก้าวขึ้นสู่อำนาจใน ค.ศ. 1933 เป็นเหตุให้อังกฤษและฝรั่งเศสเตรียมบดขยี้เยอรมันอีกครั้ง
สงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น เพราะเยอรมันเข้าไปกอบกู้ดินแดนของตนที่เสีย ไปคือฉนวนโปแลนด์กลับคืนมา ซึ่งมันเป็นความชอบธรรมของเยอรมัน เหมือนไทยเอาเชียงใหม่คืนจากพม่า อังกฤษกับฝรั่งเศสนั่นแหละที่เป็นผู้จุด ชนวนสงครามโดยการประกาศสงครามกับเยอรมันก่อน
จะเห็นได้ว่าเมื่อ เยอรมันรบชนะฝรั่งเศสแล้ว ก็ไม่ย่ำยีบีทาคนฝรั่งเศส ไม่ปล้น ไม่เรียกร้องค่าปฏิกรรมสงคราม เหมือนที่ฝรั่งเศสทำกับเยอรมัน และไม่เข้าไปแทรกแซงการเมืองโดยการเข้าไป ควบคุมการบริหารประเทศอย่างแข้มงวด เพียงแต่ให้กองทหารเดินสวนสนามที่ประตู ชัยฝรั่งเศส และฮิตเลอร์ก็ไปถ่ายรูปที่หอไอเฟิลพอเป็นหลักฐานยืนยันว่าชนะ ฝรั่งเศสเท่านั้น
แต่ฝรั่งเศสเสียอีกที่ไม่ทำตามสนธิสัญญาในฐานะผู้แพ้สงคราม กลับตั้งกองทหารขึ้นมาต่อสู้กับเยอรมันในภายหลัง ซึ่งถ้าเยอรมันทำลายกองทัพฝรั่งเศสเสียแต่ตอนนั้น บางทีสงครามอาจพลิกผัน
บางคนว่ามันเป็นสิทธิของฝรั่งเศสที่จะกอบกู้เอกราช อ้าว!! แล้วตอนฮิตเลอร์กอบกู้เอกราช เห็นช่วยกันรุมประณามกันทั้งโลกว่าเป็นผู้ก่อสงคราม
เมื่อฮิตเลอร์กอบกู้เอกราช เอาดินแดนที่เสียไปคืน จะเรียกว่าเป็นผู้ก่อสงครามได้อย่างไร
ผมว่าประวัติศาสตร์นี้ประเทศฝ่ายชนะสงครามเป็นคนเขียน โยนความผิดให้ฝ่ายแพ้สงคราม โดยที่ฝ่ายแพ้ไม่มีสิทธิตอบโต้อะไรได้เลย แบบเรียนทั่วโลกที่ให้นักเรียน อ่านกัน จึงถูกชี้นำให้เชื่อ แล้วฝังใจมีอคติกับฝ่ายแพ้ โดยนักเรียนไม่มีอิสระที่จะใช้ความคิดของตัวเองที่จะตัดสินว่าใครเป็นฝ่าย ถูกผิด ถ้าขืนตอบนอกแบบเรียนก็สอบตก
มันเป็นหลักพื้นฐานของการต่อสู้อยู่แล้ว ที่ใครๆก็ตัดสินได้ว่าฝ่ายไหนสมควรได้รับการยกย่อง เหมือนเราดูสุนัขตัว หนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้จากการรุมกัดของสุนัข 4ตัว แล้วสุนัขตัวเดียวนั้นต้องพ่ายแพ้ ถ้าเราตัดสินว่าสุนัข 4 ตัวนั้นเก่ง นั่นแสดงว่า เราถูกชี้นำ
ในกรณีของเยอรมันก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อสงครามมันก็สูญเสียทั้งสองฝ่ายก็ให้มันจบๆกันไป ทำไมต้องมาเรียกค่าปฏิกรรมสงครามกันด้วย จำนวนเงินทั้งหมดทึ่เยอรมนีต้องชดใช้คิดเป็น 269,000 ล้านมาร์ก (ทองคำบริสุทธิ์ราว 100,000 ตัน) ซึ่งคิดเป็น 785,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามค่าเงินในปี ค.ศ. 2011 หรือ ประมาณ 24 ล้านล้านบาท ในสมัยนี้ เป็นจำนวนเงินที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากในยุคนั้นมองว่ามากเกินกว่าจะยอมรับ ได้
จากการจ่ายค่าปฏิกรรมนั้น ทำให้ธนาคารเยอรมันขาดสภาพคล่อง รัฐบาลเยอรมนีขณะนั้นจำเป็นต้องพิมพ์ ธนบัตรเข้าสู่ระบบจำนวนมากชนิดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่าง รุนแรง
ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเท่าตัวทุกๆ 2 วัน ร้านอาหารในเยอรมนีสมัยนั้นต้องปรับเปลี่ยนราคาอาหารกันตลอดเวลา คนขนเงินใส่รถเข็นเพื่อมาซื้อขนมปัง หรือได้เงินมาแล้วก็ต้องรีบไปซื้ออาหารเพื่อเอาเงินไปใช้ก่อนที่ค่าเงินจะลด ลงไปอีก ปริมาณอาหารลดน้อยลงจนเหลือเพียงแค่ขนมปังและมันฝรั่งเพียงเท่านั้น
เยอรมนีตอนนั้น แทบจะเรียกได้ว่าทุกภาคส่วนหยุดการผลิต ทั้งอุตสาหกรรม สิ่งทอ การค้าขายและการผลิตชะงัก ความระส่ำของผู้คนเยอรมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ถึงความอดอยากทุกข์ยาก มิหนำซ้ำเมื่อเยอรมันส่งค่าปฏิกรรมสงครามไม่ครบ ทหารฝรั่งเศสก็เข้ามายึด เหมืองถ่านหินของเยอรมัน แหล่งพลังงานความร้อนของเยอรมันจึงดับสนิท ชาวเยอรมันที่ไม่พอใจฝรั่งเศส แต่ก็ได้แต่ยืนมองทหารฝรั่งเศสขนถ่านหิน เมื่อทหารเห็นว่าชาวเยอรมันไม่ทำความเคารพตนในขณะเดินผ่าน ก็เข้าไปตบตีราวกับคนเยอรมันเป็นสัตว์
ฉนวนโปแลนด์(Polish Corridor) มีชาวเยอรมนีอาศัยอยู่มาก เยอรมนีเสียดินแดนส่วนนี้ให้แก่โปแลนด์ตามสนธิสัญญาแวร์ซาย์ และฉนวนโปแลนด์ยังแบ่งแยกดินแดนเยอรมนีเป็นสองส่วน คือส่วนปรัสเซียตะวันตกและปรัสเซียตะวันออก
ความทุกข์ยาก ความอัปยศในศักดิ์ศรี ทำให้ประชาชนชาวเยอรมันไม่มีความหวังในรัฐบาลประชาธิปไตยของตนอีกต่อไป
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ได้เห็นถึงความทุกข์ยากของเยอรมัน และต้นเหตุที่สำคัญของความทุกข์ยากนี้คือค่าปฏิกรรมสงคราม ที่จะต้องยกเลิกเท่านั้น และดินแดนที่เสียไปจะต้องกลับคืนมา ในเมื่อไม่มีวี่แววว่ารัฐบาลที่เป็น อยู่จะกล้าพอที่จะยกเลิกและเรียกร้องดินแดนคืน เขาจึงพยามไต่เต้าทางการ เมือง
ในที่สุดการผ่อนชำระยุติลงเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แห่งพรรคนาซี ก้าวขึ้นสู่อำนาจใน ค.ศ. 1933 เป็นเหตุให้อังกฤษและฝรั่งเศสเตรียมบดขยี้เยอรมันอีกครั้ง
สงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น เพราะเยอรมันเข้าไปกอบกู้ดินแดนของตนที่เสีย ไปคือฉนวนโปแลนด์กลับคืนมา ซึ่งมันเป็นความชอบธรรมของเยอรมัน เหมือนไทยเอาเชียงใหม่คืนจากพม่า อังกฤษกับฝรั่งเศสนั่นแหละที่เป็นผู้จุด ชนวนสงครามโดยการประกาศสงครามกับเยอรมันก่อน
จะเห็นได้ว่าเมื่อ เยอรมันรบชนะฝรั่งเศสแล้ว ก็ไม่ย่ำยีบีทาคนฝรั่งเศส ไม่ปล้น ไม่เรียกร้องค่าปฏิกรรมสงคราม เหมือนที่ฝรั่งเศสทำกับเยอรมัน และไม่เข้าไปแทรกแซงการเมืองโดยการเข้าไป ควบคุมการบริหารประเทศอย่างแข้มงวด เพียงแต่ให้กองทหารเดินสวนสนามที่ประตู ชัยฝรั่งเศส และฮิตเลอร์ก็ไปถ่ายรูปที่หอไอเฟิลพอเป็นหลักฐานยืนยันว่าชนะ ฝรั่งเศสเท่านั้น
แต่ฝรั่งเศสเสียอีกที่ไม่ทำตามสนธิสัญญาในฐานะผู้แพ้สงคราม กลับตั้งกองทหารขึ้นมาต่อสู้กับเยอรมันในภายหลัง ซึ่งถ้าเยอรมันทำลายกองทัพฝรั่งเศสเสียแต่ตอนนั้น บางทีสงครามอาจพลิกผัน
บางคนว่ามันเป็นสิทธิของฝรั่งเศสที่จะกอบกู้เอกราช อ้าว!! แล้วตอนฮิตเลอร์กอบกู้เอกราช เห็นช่วยกันรุมประณามกันทั้งโลกว่าเป็นผู้ก่อสงคราม
เมื่อฮิตเลอร์กอบกู้เอกราช เอาดินแดนที่เสียไปคืน จะเรียกว่าเป็นผู้ก่อสงครามได้อย่างไร
ผมว่าประวัติศาสตร์นี้ประเทศฝ่ายชนะสงครามเป็นคนเขียน โยนความผิดให้ฝ่ายแพ้สงคราม โดยที่ฝ่ายแพ้ไม่มีสิทธิตอบโต้อะไรได้เลย แบบเรียนทั่วโลกที่ให้นักเรียน อ่านกัน จึงถูกชี้นำให้เชื่อ แล้วฝังใจมีอคติกับฝ่ายแพ้ โดยนักเรียนไม่มีอิสระที่จะใช้ความคิดของตัวเองที่จะตัดสินว่าใครเป็นฝ่าย ถูกผิด ถ้าขืนตอบนอกแบบเรียนก็สอบตก
มันเป็นหลักพื้นฐานของการต่อสู้อยู่แล้ว ที่ใครๆก็ตัดสินได้ว่าฝ่ายไหนสมควรได้รับการยกย่อง เหมือนเราดูสุนัขตัว หนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้จากการรุมกัดของสุนัข 4ตัว แล้วสุนัขตัวเดียวนั้นต้องพ่ายแพ้ ถ้าเราตัดสินว่าสุนัข 4 ตัวนั้นเก่ง นั่นแสดงว่า เราถูกชี้นำ

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น